วุ่นวายเหลือเกิน
แต่ก็เสร็จซะที....ฮู้วว..
กว่าจะมาเป็น BASSMAN
นี่เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่เขียนจบเลยนะครับ (ไม่นับแบบหน้าเดียวจบนะ) เรื่องก่อนๆที่เขียนไม่เคยจบเลย บางเรื่องเขียนไป 30 หน้า แล้วก็หยุดเขียนซะงั้น
ครั้งนี้เลยได้เปลี่ยนตัวเองซะที (ถึงจะแค่ 5 หน้า)
หลังจากทำเสร็จผมรู้สึกเลยว่า "แม่งยากจังโว้ยยย!!!" แบบว่าผมทำอะไรไม่ค่อยเป็นเลยอ่ะ งานนี้ว่าจะลอง ใช้ G-Pen ที่ซื้อมาตั้งแต่ตอนม.ต้น (ไม่บอกหรอกนะว่าผ่านมากี่ปีแล้ว) แต่ตอนนั้นใช้ไม่เป็น เลยเก็บดองไว้ยังงั้น (ช่วงนี้คำว่าดองนี่กระทบความรู้สึกแฮะ) มาตอนนี้ ก็ต้องมานั่งหัดกันใหม่ หลายวันอยู่ กว่าจะพอเข้าใจมัน
พอร่างเร็จ หลังจากแก้มาหลายรอบแล้ว ลงหมึกเส้นมันเสือกแตกซะงั้น เพราะกระดาษ ที่ใช้มันบาง บ้าเอ้ย!! เลยใช้พิกม่า วาดไปซะงั้น คราวหน้าต้องใช้กระดาษปอนด์ เพิ่งจะรู้....จริงๆก็รู้อยู่แล้ว แต่ขี้เกียจตัด เลยซัดมันยังงี้เลย
ว่าแล้วก็เชิญทัศนา....(คลิกที่รูปเพื่ออ่านนะครับ)
หน้าแรก : Sick
หน้าที่สอง : Dark boil
หน้าที่สาม : Inside
หน้าที่สี่ : Blow
หน้าที่ห้า : Drogbar !?
เรื่องของเรื่อง
จะว่าไปนี่มันก็เป็นเรื่องเกือบจริงจากประสบการ์ณของผมเอง ผมเองก็เล่นเบสและรวมวงทำเพลงกับเพื่อนมาเป็นชาติแล้วยังไม่ไปถึงใหนซักที ผมรู้สึกว่าเล่นเบสก็ลำบากนะครับ ตอนได้เบสตัวแรกมา (พูดเหมือนมีตัวที่ 2 ใช่มั้ย? มีตัวนั้นตัวเดียวล่ะครับ) จากเงินของแม่ หลังจากเห็น เราเล่น และจกยืมคนนู้นคนนี้ มา เกือบ 5 ปี อยู่มาวันนึง แม่บอกเล่นให้ฟังหน่อย เราก็เล่น ดุ่ยๆๆๆๆๆๆ แม่บอกว่า "ไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นเพราะเลย" หา !!....-*-
ไม่เกี่ยวกะการ์ตูนเลยนี่หว่า หา !!.......-*-
คือจะบอกว่าเล่นเบสมันก็ลำบากเหมือนกันนะครับ
ไอเดียเรื่องนี้ผมเคยคิดไว้นานแล้ว ว่าอยากทำเป็นการ์ตูน คือมันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เราเจอมาด้วย แล้วก็จะรู้และเข้าใจเรื่องวงการเพลงอยู่บ้าง ตอนนั้นคิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดีก็เอาเรื่องนี้ มาทำซะเลย ที่คิดไว้ยาวมาก แต่ โคว้ต้าแค่ 5 หน้า เลยคิดกันปวดหัวเหมือนกัน เพราะผมอยากให้มีรายระเอียดว่าทำไมชีวิตคนมัน Dark ได้ขนาดนั้น แต่แค่ 5 หน้าก็แย่แล้วครับ - -" แล้วไอ้การวาดเครื่องดนตรี ยากเหลือเกิน เล่นมันทุกวันเห็นกันก็บ่อย แต่ไหงมันรายละเอียดเยอะจังวะ
ผมเป็นคนฟังเพลงทุกแนวอยู่แล้วครับ แต่ที่ชอบๆก็จะเป็นแบบหนักๆ หน่อย (ไม่ขอจำแนกแนวเพลงนะเพราะเดี๋ยวนี้ผมชักจะงงๆกับมัน จึงยากที่จะชี้แล้วว่าอันใหนเรียกว่าแนวอะไร) ทีนี้ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่ เค้าจะคิดว่าเพลงแบบนี้หนวกหู ฟังแล้วเครียด แบบว่าแอนตี้น่ะ (เคยฟังๆอยู่เพลินๆ แฟนเดินมาปิดซะงั้น ผมหงุดหงิดมากตอนนั้น) ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือเพลงแนวนึงเท่านั้น อาจจะไม่ใช่รสนิยมของคุณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฟังไม่ได้นี่ครับ
ผมไม่เคยคิดจะเป็นนักดนตรีในผับเลย....เพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้เล่นเพลงที่เราชอบ เพลงที่คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวชอบ ก็ทำใจเล่นไม่ค่อยจะได้ แล้วคิดดูว่าถ้าเราเล่นผับก็ต้องเล่นมันบ่อยๆ คงเป็นงานที่เซ็งมากแน่ เพลงที่เค้าเล่นในผับนั้นผมฟังได้ไม่ได้แอนตี้ แต่ถ้าต้องเล่นทุกๆวันก็ไม่ไหว (เคยมีครั้งนึงผมไปซอย4 เดินหาเพื่อนอยู่ ทุกร้านแม่งเล่นเพลง ขอบฟ้า พร้อมๆกัน ผมฮามาก) ผมสงสัยในตัวพวกคนที่ไปเที่ยว ว่าสนุกกันได้ยังไง ว่าคิดอะไรอยู่ถึง มาขอเพลงใจนักเลง (ถ้าเจอเพลงนี้ในผับผมจะรู้สึกฮาแบบเจื่อนๆทุกครั้ง) ไม่ใช่เพลงไม่ดี แต่เบื่อกันไปเป็นรึ
"เมื่อเท้อเลือกอยู่กับขาว...." กรี๊ดดดดดด....... เฮ้ย....เล่นรอบที่ 3 แล้วแม่งยังกรี๊ดอยู่อีก
บทความของ Slipknot ที่เอามาใช้นั้น ผมชอบมานานแล้วครับ เพื่อนที่ฟังแนวเดียวกัน หรือเพื่อนที่ อยู่ในวง ที่เล่นแนวนี้ด้วยกัน มันคิดว่าการฟังเพลงหนักๆ เพราะมัน มันส์เท่านั้นเอง โอเคว่ามันก็มันส์ดีล่ะครับ แต่ผมคิดว่ามันเป็นการระบายออกอย่างหนึ่งด้วย คนเราก็มีวิธีระบายออกหลายวิธีแตกต่างกันนะครับ พอได้มาอ่านบทความนี้ผมรู้สึกว่า "แม่งโคตรตรงเราเลยว่ะ" แล้วSlipknot ตอนมาเมืองไทยนั้นก็แสดงได้เลือดเดือดดีเหลือเกิน สมที่เคยกล่าวไว้จริงๆ
ความรู้สึกพวกนี้ให้กำเนิดการ์ตูน BASSMAN ขึ้นมาครับ
**ขอบคุณคอมเม้นที่อยากอ่านนะครับ ทำให้ผมทำงานสนุกขึ้นเยอะเลย
**ขอบคุณ หนังสือ Cross Roads : Heavy Metal เล่ม 3 ปี 2000 สำหรับบทความสร้างแรงบรรดาลใจ จาก Slipknot
edit @ 2007/09/29 21:27:04
edit @ 2007/10/05 04:54:57





)