Characters

เอสเมอรัลด้า วิลลาโลโบส เธอเลือกที่จะออกมาจากเมืองใหญ่เมื่อเธอว่าง หนีจากเมืองใหญ่ที่ผู้คนต่างรวมตัวกัน เพื่อบรรเทาความเหงา แต่ทั้งยังงั้นแล้วมันก็บรรเทาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะมนุษย์นั้นอ่อนแอ ทั้งที่ต้องการที่จะไม่ให้ตัวเองต้องอยู่คนเดียว แต่ก็ยังสร้างระยะห่างระหว่างกัน เพราะรู้ถึงความมืดในใจตน จึงไม่ต้องการให้ใครมาสัมผัส และก็ปล่อยตัวเองให้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่จ้องแต่จะทำร้ายกันเอง ทำร้ายแม้กระทั่งตัวเอง

เอสเมอรัลด้า วิลลาโลโบส มักจะมาเดินเล่นที่นอกเมืองหลังจากเธอเลิกงานขับแท็กซี่ อาจเป็นเพราะงานนี้ก็ได้ที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ แตกต่างจากคนอื่น และหมดศรัธทาในมนุษย์ งานของเธอสร้างโอกาสมากเกินไป โอกาสในการพบปะกับผู้คน ได้เรียนรู้จักมนุษย์มากขึ้น ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง เธอเคยคิดว่ามันสนุก การได้เรียนรู้ผู้คนมากหน้าหลายตา แต่เมื่อเข้าใจอย่าถ่องแท้ ความรู้สึกที่เหลืออยู่กลายเป็นความขยะแขยงมากกว่า

เอสเมอรัลด้า วิลลาโลโบส เองก็เคยเป็นหนึ่งในผู้ที่แสวงหาเมืองใหญ่แห่งแสงสี เพื่อชะล้างความเหงาให้จืดจางลงบ้าง แต่ยิ่งตั้งใจเท่าใหร่ยิ่งมุ่งมั่นเท่าไหร่ ความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ก่อนที่เธอจะหลับตาลงเพื่อผ่านค่ำคืน คือความเหงาที่มากกว่าเดิม เพราะสิ่งที่มนุษย์ทำคือการหวังพึ่งผู้อื่นเพื่อบรรเทาความเหงาของตัวเอง ในเมื่อมีแต่ผู้ที่ ต้องการความช่วยเหลือมาพึ่งพากัน สิ่งที่เกิดมันก็เป็นแค่การแลกเปลี่ยนความเหงากันเท่านั้น ความเหงามันไม่ได้หายไปใหน มีแต่จะเหงามากขึ้น

เอสเมอรัลด้า วิลลาโลโบส คิดทุกค่ำคืนเมื่อออกมาเดินรับลมหนาวผู้เดียว ในเมื่อจะต้องพบกับความเหงา การรับมือมันอย่างสงบไร้ซึ่งความวุ่นวายของแสงสีของผู้คนในเมือง คือสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนั่นทำให้ความเหงากลายเป็นเรื่องดี และมันคือความสงบ

ไม่รู้ว่าได้ดู Pulp Fiction มากี่รอบแล้ว ชื่อตัวละคร เอสเมอรัลด้า วิลลาโลโบส หญิงสาวที่ขับแท็กซี่ จะอยู่ในใจผมอยู่เสมอครั้งแรกคือชื่อนี้เท่มาก (จนคิดว่าถ้ามีลูกอยากให้ชื่อนี้เลยล่ะ ยาวไปมั้ย) ครั้งที่ 2 คือ ตัวละครนี้มันดูลึกลับดี ครั้งที่ 3 คือ มันเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยเข้าใจว่ามีอยู่ในเรื่องทำไม ผมรู้แค่ว่าดูเธอมีความสุขมากที่ได้ซักถาม ความรู้สึกของผู้โดยสารชื่อ บุช ว่า"รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ฆ่าคน"

ผมว่าเธอดูมีความสุขกับการได้เรียนรู้มนุษย์นะ

**ผมเห็นคนหลายๆคนทนอยู่กับความเหงาไม่ได้ เมื่อเลิกแล้วจะรีบหาใหม่ทันที เมื่อเลิกก็กระวนกระวาย เมื่อหาไม่ได้ก็กระวนกระวาย เค้าจะหันมามองผมแล้วถามว่า แกทนอยู่ได้ยังไง? ผมสรุปความคิด จากการที่เห้นความทุกข์ของคนเหล่านั้น แล้วตอบว่า "กูแค่ไม่อยากเป็นแบบมึง"
edit @ 2007/07/16 16:50:09
edit @ 2007/07/17 00:25:53


edit @ 2007/07/17 12:13:33
edit @ 2007/07/17 12:24:17
edit @ 2007/07/17 12:26:18
edit @ 2007/07/25 10:10:20
edit @ 2007/08/22 17:09:25

อ๊ะ....ถึงช่วงที่ต้นหมีจะผลัดใบแล้วนี่นา

ว่าแล้ว เจ้าหญิงน้อย ก็ออกเดินทาง เพื่อมาดูต้นหมีที่มีอยู่เพียงต้นเดียวในโลกของเธอ เพราะคิดไว้แล้วว่าจะต้องมาเห็นหมีกับตาตัวเองซักครั้งให้ได้

ตามที่เรียนมาต้นหมีเกิดจาก คนเลี้ยงหมีที่ต้องสูญเสียหมีอันเป็นที่รักไป จึงนำมาฝังไว้ใต้ต้นชมพู เวลาผ่านไป ก็มีคู่หนุ่มสาวมาหมายที่มันจะมาขอพรกับต้นชมพูต้นนี้เพราะ มีอยู่เพียงไม่กี่ต้น ด้วยความเชื่อว่าถ้ามาจู๋จี๋กันใต้ต้นไม้ต้นนี้ จะมีความสุขในความรัก

ด้วยความที่เจ้าหมีที่ถูกฝังอยู่ มันจะโผล่มาแอบดูคู่หนุ่มสาว (แน่นอนว่ามาในรูปแบบผีหมี) ผู้ชายส่วนใหญ่ เห็นเข้าก็จะตกกะใจ ถามฝ่ายหญิงว่า เห็นหมีรึเปล่า? ทั้งที่ไม่ได้หันมามอง ฝ่ายหญิงกลับบอกว่าไม่ แล้วก็ต่อว่าฝ่ายชายต่างๆนานา บางคนก็เขินบางคนก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปเลย แถมยัวว่าฝ่ายชายเสียมารยาทอีกตะหาก ผีหมีเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ สะสมเรื่อยมา จนเกิดเป็นความอาฆาต

"เห็นหมีก็บอกว่าเห็นหมีเซ่ ทำไมไม่ยอมรับ ยังงี้ยังเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์ผู้ทรงภูมิได้อีกหรือ"

วิญญาณหมีอาฆาต จึงรวมร่างเข้ากับต้นชมพู กลายเป็นต้นหมี ผลิใบเป็นรูปหมี ส่งกลิ่นพิลึกๆ ที่ผู้หญิงได้กลิ่น จะบอกว่าเหม็นแต่ไม่รู้เหมือนอะไร ผู้ชายจะบอกว่ากลิ่น แบบนี้ก็พอทนได้นึกออกเหมือนกันว่ากลิ่นอะไรเพราะคุ้นเคย แต่...ไม่บอกดีกว่าว่าเหมือนอะไร

"การดงรงอยู่ของต้นหมีก็คือ เตือนให้มนุษย์ยอมรับความจริง เห็นอะไรก็บอกยังงั้น อย่าใช้ความรู้สึกดำมืดในใจมาตัดสินความจริง เพราะ ครามนี้ใครมาที่ต้นหมี แล้วบอกว่าไม่เห็นหมีก็ไม่ได้ซะแล้ว" คุณครูบอกเจ้าหญิงน้อยยังงั้น

เจ้าหญิงน้อยเดินทางกลับวัง พร้อมความอิ่มเอิบใจ แม้จะเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เหงื่อโทรมกาย ไม่หอมเหมือนตอนอาบน้ำใหม่ๆ แต่ก้ได้เห็นหมีสมความตั้งใจ เดินทางกลับพร้อมกับฮัมเพลงออกมาว่า "เห็นหมีแล้ว...เห็นหมีแล้ว...ได้เห็นหมีแล้ว" ไปตลอดทาง

ต้นหมีและใบหมีทุกใบยิ้มส่งให้เจ้าหญิงน้อย แสดงความยินดีให้กับการเติบโตพอที่จะยอมรับความจริงของเจ้าหญิงน้อย

ไปทำงานออกบูทที่ร้านอาหารร้านนึง มีคนอุ้มตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ มาก... มาหน้าร้าน เพื่อขาย...!? มันจะบ้าเหรอวะ ใครเค้ามากินเหล้าแล้วจะซื้อตุ๊กตาหมี จะบอกว่าซื้อจีบสาวก็เหอะ ผมว่ามันสร้างความน่ารำคาญเวลาถือกลับมากกว่าจะประทับใจ ...

ผมถามน้อง พริตตี้ในบูทว่า "โอ้โห...เห็นหมีป่ะ"

น้องพริตตี้ "ไม่!!"

ผม "นั่นไงไม่เห็นเหรอตัวบะเริ่ม"

น้องพริตตี้ "พี่...บ้า ทะลึ่ง ไม่พูดด้วยแล้ว" แล้วก็ขำแล้วมาตีผม แล้วก็พึมพำว่าทะลึ่งอ๊ะ

ผม"หือ!?"

เห็นก็บอกเห็นสิวะ เค้าอยู่แค่หน้าร้านเนี่ย...


edit @ 2007/07/04 00:09:52
edit @ 2007/07/04 14:01:45


edit @ 2007/07/04 14:44:45
edit @ 2007/07/25 10:10:36
edit @ 2007/08/22 17:12:34

"ซวยแล้วไง แม่ด่าแน่"

ทั้งที่เล่นอย่างระวังแล้วแท้ๆ เจี๊ยวที่ยาวเกินไป ก็ขาดไปอีกจนได้ จะบอกแม่ยังไงดีเนี่ย

ทุกสิ่งทุกอย่างที่มากเกินไปก็มันจะทำให้เกิดความวุ่นวายเสมอ จะใส่กางเกงก็ลำบาก จะม้วนไว้ก็อึดอัด ปล่อยไว้ก็เกะกะ ก็เลยเล่นมันทั้งยังงี้แหละ แม่ก็เตือนแล้วแท้ๆว่าเล่นอะไรก็ให้ระวังเจี๊ยวนะ อย่าปล่อยให้ลากพื้นมาก แล้วก็เป็นเรื่องจนได้ โดนเสี๊ยนตำ เพื่อนก็หวังดี เอาเข็มมาช่วยบ่ง ไม่เห็นว่ามันบ่งกันอีท่าใหน มุงกันเต็ม เราได้แต่ยือดูอยู่วงนอก เพื่อนก็ช่วยกันมุงตรงปลายที่โดนเสี๊ยนตำ

ซักพักได้ยินเสียงตะโกน "ชิบหายแล้ว!!" แล้วมันก็วิ่งหนีหายไปกันหมด ถูกเพื่อนทำเจี๊ยวขาด แถมยังเสือกถือติดมือไปด้วยอีก นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะยังเหลืออีกเยอะ แค่ที่เหลือนี่ก็ยังมากกว่าเด็กคนอื่นเป็นสิบๆเท่า จะบอกแม่ยังไงมากกว่า เอาไงดีวะ เลือดออกด้วย แม่ย้ำอยุ่เสมอว่าอย่าให้เพื่อนทำของของเราเสียหาย เพราะทุกสิ่งที่มีคือสิ่งที่ได้มาจากแม่

พ่อมักจะพูดอยู่เสมอว่า "คนเราน่ะถึงจะไม่ใหญ่ที่สุดก็ขอให้ยาวที่สุดก็พอ ไม่ต้องกังวลนะ" รู้มั้ยครับพ่อการที่เราแตกต่างจากคนอื่นหมายถึงต้องแบกรับปัญหามากมาย จำได้เคยอ่านการ์ตูน เค้าบอกว่า "เจี๊ยวที่ยาวใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่"

จริงซะด้วย

แล้วจะแบกเจี๊ยวขาดๆยังงี้ไปบอกแม่ยังไงเนี่ย

เป็นตัวการ์ตูนที่คิดว่าจะเอาไปเย็บเป็นตุ๊กตาขาย ตอนแรกเป็นตัวธรรมดาเนี่ยแหละ เห็นว่ามันไม่มีฟังชั่นอะไรให้เล่นเลย คิดไปคิดมา ก็เอาตรงนั้นมันยาวๆเลยเนี่ยแหละ เห็นว่ายังไม่มีใครทำ จะได้เอาไว้เหวี่ยงได้ หยิบจับสะดวก ไว้ถ้าได้ทำเป็นตุ๊กตาจริงๆจะเอามาให้ดู...จะได้ทำจริงๆเหรอวะ เขียนแพทเทิร์นไม่เป็นด้วย


edit @ 2007/06/27 16:38:12
edit @ 2007/06/27 16:49:24
edit @ 2007/06/27 16:52:11
edit @ 2007/06/27 17:05:30
edit @ 2007/07/25 10:26:48
edit @ 2007/08/22 17:27:52